ความรักและการแต่งงาน

Written by counseling on. Posted in เอกสารกำลังใจ

คำตอบเกี่ยวกับ
ความรักและการแต่งงาน
1. มีข้อตกลงอะไรบ้างที่คู่แต่งงานต้องมีต่อกันและกัน
เมื่อเขียนถึงคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส อัครทูตเปาโลได้วางแนวทางที่ดีมากไว้สำหรับสามี
และภรรยา สำหรับผู้ชายท่านกล่าวว่า “ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตนเหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรง
รักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร” (1) สำหรับผู้หญิงท่านกล่าวว่า “ฝ่าย
ภรรยาจงยอมฟังสามีของตนเหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า” (2) ความสัมพันธ์แบบนี้จะไม่
ก่อให้เกิดความตึงเครียดในชีวิตการแต่งงาน


สามีควรยอมเสียสละตนเองเพื่อเห็นแก่ประโยชน์สุขของภรรยา ถ้าสามีรักภรรยามาก
ถึงกับยอมให้ตนเองกับเธอเหมือนดังที่พระคริสต์ทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร แล้ว
ภรรยาก็จะยอมต่อการนำของสามี เพราะเธอรู้ว่าเขาจะคอยเฝ้าระวังเพื่อเห็นแก่ประโยชน์สุขของ
เธอ และความสนใจของเธอจะมาก่อนความสนใจของเขาเสมอ
เช่นกันภรรยาสามารถช่วยสามีให้กลายเป็นศรีษะของบ้านได้ โดยผลักดันให้เขาแสดง
บทบาทที่เหมาะสมในฐานะปุโรหิตประจำบ้าน เธอควรหนุนใจให้เขาแสวงหาพระเจ้า เพื่อจะรู้สิ่งที่
พระเจ้าทรงประสงค์ให้ครอบครัวปฏิบัติ เธอสามารถเสริมสร้างสามีให้เจริญขึ้นได้ และโดยการ
ยินยอมเชื่อฟังของภรรยาจะทำให้เขาเกิดความสำนึกในความรับผิดชอบและจะแสดงบทบาทของ
ตนเองอย่างเหมาะสม
คนที่มักอ้าง”สิทธิ”จะทำลายความสัมพันธ์ในชีวิตการแต่งงาน ถ้าสามีกล่าวกับภรรยาว่า
“คุณต้องเชื่อฟังผมเพราะพระคัมภีร์บอกเช่นนั้น” เขากำลังสร้างความเหินห่างกับเธอ ใน
ขณะเดียวกันภรรยาที่ปฏิเสธที่จะยอมฟังสามีและต่อสู้ตลอดเวลา จะทำให้สามีเกิดความ
หวาดหวั่นในการติดตามพระเจ้า เขาจะเริ่มคิดว่า “ถ้าผมได้รับถ้อยคำจากพระเจ้า แต่ทั้งหมดที่
ผมจะได้รับก็คือการต่อต้านจากภรรยา ถ้าเช่นนั้นผมก็จะทำตามความปรารถนาของตนเองและให้
เธอทำตามความปรารถนาของเธอเอง” ท่าทีเช่นนี้จะเป็นการแยกทั้งคู่ออกจากกัน ในขณะที่
มาตรฐานของพระเจ้าคือการที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกัน
สามีที่ละทิ้งกฏเกณฑ์ของพระเจ้าและเรียกร้องให้ภรรยาทำอย่างเดียวกัน ก็ได้สูญเสียสิทธิ
อำนาจที่ได้รับมอบหมายมา พระเจ้าไม่ได้ให้อำนาจแก่สามีเพื่อจะฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระองค์
หรือเพื่อจะทำร้ายภรรยา หรือเพื่อจะเกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์แบบวิตถาร หรือนำภรรยาให้ขโมย
โกหก คดโกง ดื่มสุรามึนเมา แต่ตราบเท่าที่สามีปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระเจ้า ภรรยาก็ควร
ยอมเชื่อฟังการนำของสามีแม้เธออาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
มาตรฐานของพระเจ้าเป็นความจริง แต่ในหลายๆครอบครัว ภรรยามีความสามารถ
มากกว่าสามี เป็นที่น่าเสียใจที่ผู้หญิงที่มีความสามารถมาก บางทีก็แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เก่งมาก
นัก ภรรยาเช่นนี้ต้องต่อสู้กับการทดลองที่จะครอบงำสามี บางครั้งสามีอาจจะตัดสินใจบางอย่างที่
ภรรยารู้สึกว่าผิด เธออาจจะชี้ชวนเขาด้วยความอ่อนโยนว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิด หรือไม่ก็
อธิษฐานขอพระเจ้าให้เปลี่ยนแปลงจิตใจของสามีเธอ เมื่อผู้หญิงแต่งงานเธอต้องยอมมอบสิทธิ
การปกครองตนเองให้กับสามี เธอต้องวางใจพระเจ้าว่าหนทางของพระองค์จะเกิดผลดี อย่างไรก็
ตามสำหรับสามีที่ต้องการให้ภรรยาปฏิเสธพระเจ้า หรือให้ทำในสิ่งที่ขัดกับพระบัญญัติของพระ
เจ้าก็สูญเสียสิทธิอำนาจที่ได้รับมา เพราะความจงรักภักดีสูงสุดของภรรยาอยู่ที่พระเยซูคริสต์ เธอ
ต้องเชื่อฟังพระองค์และจะไม่ยอมทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือผิดธรรมชาติ
เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องจำไว้ว่าสามีและภรรยาคือหุ้นส่วนกัน มีคนได้กล่าวไว้อย่าง
ถูกต้องว่าผู้หญิงถูกนำออกมาจากสีข้างของผู้ชาย ไม่ใช่จากศรีษะหรือจากเท้า เธอจึงต้องไม่
ปกครองเหนือสามีและก็ไม่ใช่ให้นอนลงให้สามีเดินข้ามเหมือนเป็นพรมเช็ดเท้า สามีและภรรยา
เป็นหุ้นส่วนชีวิตกัน มีความสัมพันธ์บนความเข้าใจว่าสามีเป็นศรีษะของครอบครัวตราบเท่าที่เขา
ยอมต่อพระคริสต์
2. พระคัมภีร์พูดไว้อย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการหย่าร้างและการแต่งงานใหม่
พระคัมภีร์พูดไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการหย่าร้างและการแต่งงานใหม่ ในพระคัมภีร์เดิม
โมเสสอนุญาติให้ชายหย่าภรรยาได้ในหลายๆกรณี (3) ต่อมาในพระคัมภีร์ใหม่ เมื่อพระเยซูถูก
ถามเกี่ยวกับเรื่องการหย่าร้าง พระองค์ตอบว่าการที่โมเสสอนุญาติให้เขาหย่าร้างได้นั้นก็เพราะใจที่
แข็งกระด้างของพวกเขา ในสมัยเริ่มต้นก็ไม่ใช่แบบนี้ พระองค์ตรัสต่อไปว่า ”พวกท่านไม่ได้อ่าน
หรือว่า พระผู้ทรงสร้างมนุษย์แต่เดิม ได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง และตรัสว่า เพราะเหตุนั้น
บุรุษจึงต้องละบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน
เขาจึงไม่เป็นสองต่อไปแต่เป็นเนื้ออันเดียวกัน เหตุฉะนั้นซึ่งพระเจ้าได้ทรงผูกพันกันแล้ว อย่าให้
มนุษย์ทำให้พรากจากกันเลย” (4)
จำเพาะพระพักตร์พระเจ้าแล้ว การแต่งงานเป็นความสัมพันธ์ตลอดชีวิตที่มนุษย์จะทำให้
พรากจากกันไม่ได้ ในพระธรรมมาลาคี พระเจ้าตรัสว่า พระองค์เกลียดชังการหย่าร้าง (ดู มาลาคี
2:16) น้ำพระทัยที่ดีพร้อมของพระเจ้าคือการผดุงรักษาสังคมและชนในรุ่นอนาคตโดยการรักษา
ชีวิตการแต่งงาน พระเจ้าจะทรงประทานความช่วยเหลือเป็นอย่างมากเพื่อผดุงความสัมพันธ์ใน
ชีวิตการแต่งงาน หรือช่วยให้เกิดการคืนดีของคู่แต่งงานที่บาดหมางใจกัน
ในกรณีที่ร้ายแรงจริงๆ มีเหตผลเพียงสองประการเท่านั้นที่อนุญาติให้หย่าร้างและแต่งงาน
ใหม่ได้ :
เมื่อเกิดการล่วงประเวณีให้หย่าได้ เพราะการล่วงประเวณีได้ตัดขาดความสัมพันธ์ในการ
แต่งงานแล้ว การหย่าร้างเป็นการแสดงการยอมรับอย่างเป็นทางการถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
อัครทูตเปาโลได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเข้าไปจากคำสอนของพระเยซู จากแนวความคิดนี้
เปาโลสอนว่า ถ้าคู่สมรสที่ไม่เชื่อในพระคริสต์ทิ้งผู้ที่เชื่อไป ผู้ที่เชื่อในพระคริสต์ก็ไม่ถูกผูกมัดใน
การแต่งงาน แต่มีอิสระที่จะแต่งงานใหม่ได้ (5) บางคนเรียกการปฏิบัติดังนี้ว่า “การละทิ้งในเชิง
ก่อ” ซึ่งอาจหมายถึงเมื่อสามีทารุณภรรยาอย่างมากจนอยู่ร่วมกันไม่ได้ เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าฝ่าย
ที่ทำร้ายจะย้ายออกไปหรือไม่ก็ตาม สถานการณ์นี้เทียบเท่ากับการละทิ้ง จึงอนุญาติให้หย่าขาด
และแต่งงานใหม่ได้
นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว พระคัมภีร์ไม่สนับสนุนเรื่องการหย่าร้าง ไม่มีเหตุผลหย่าร้างบน
พื้นฐานเรื่องการไปด้วยกันไม่ได้ การขาดความรัก หรือเป้าหมายการทำงานต่างกัน กล่าวอย่าง
ตรงไปตรงมาก็คือว่าดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่คริสเตียนที่บังเกิดใหม่แล้วสองคนที่อุทิศตัวรับใช้พระ
เยซูคริสต์จะสามารถหาเหตุมาเพื่อการหย่าร้างได้
เป็นที่ชัดเจนว่า เมื่อบุคคลที่ไม่มีเหตุตามพระคัมภีร์ที่จะหย่าได้ จะแต่งงานใหม่ ให้ถือว่าเธอ
หรือเขาล่วงประเวณี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมให้อ่านจากคำตอบในข้อต่อไป
3. จะว่าอย่างไรกับผู้ที่เชื่อในพระเจ้าสองคนที่ผ่านการหย่าร้างและแต่งงานใหม่ และตอนนี้รู้
แล้วว่าพระคัมภีร์พูดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการหย่าร้าง
การหย่าร้างเป็นเรื่องที่แพร่หลายที่ประเทศอเมริกาทั้งในหมู่คริสเตียนและคนที่ไม่เป็นคริส
เตียน บางคนไม่ได้แต่งงานเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง แต่เป็นสาม สี่ ห้า หรือหกครั้ง พวกเขามีคู่เรียง
ตามกันมา มีลูกหลายคนเรียงตามกันมา และก็มีปัญหาเรียงต่อเนื่องกันมา
พระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายมนุษย์ ทรงรักผู้คนและทรงเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะ
กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวถูกต้อง ผู้รับใช้ของพระเจ้าต้องสอนสิ่งที่อยู่ในพระคัมภีร์ แต่ต้องอยู่
บนพื้นฐานความเข้าใจในพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องความรักของพระเจ้า เป็นการยากมากที่จะสร้าง
กฏเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัว
ยกตัวอย่าง เราจะบอกชายที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้ว 3 ครั้งให้กลับไปหาภรรยาคนแรกหรือไม่
ทำอย่างไรถ้าภรรยาคนแรกแต่งงานใหม่แล้ว เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่จะขอให้คู่ที่เพิ่งแต่งงานใหม่
หย่าอีกเป็นครั้งที่สอง และทำให้บ้านแตกอ้กเป็นครั้งที่สอง กฏเกณฑ์โดยพื้นฐานก็คือว่าไม่
อนุญาติให้มีการหย่าร้างและการแต่งงานใหม่ ยกเว้นกรณีล่วงประเวณีหรือมีการละทิ้งไป และนั่น
เป็นกฏเกณฑ์ที่คริสตจักรต้องยึดให้มั่น คนหนุ่มสาวต้องรู้ว่าการแต่งงานเป็นความสัมพันธ์ชั่วชีวิต
ต้องรักษาไว้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเข้าหรือออกเมื่อไรก็ได้เมื่อรู้สึกอยากจะทำ
อย่างไรก็ตามจากสภาพอันน่าตกใจของคู่แต่งงานในปัจจุบัน คริสตจักรควรใช้ฤทธิอำนาจ
แห่งการ “ผูกมัดและปลดปล่อย” (6) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการอภัยบาปสำหรับคู่ที่หย่าแล้ว
แต่งงานใหม่อีก และได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์หลังจากหย่าแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งคริสตจักรควร
กล่าวกับเขาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตของคุณ ถูกปกคลุมไว้แล้วด้วยพระโลหิตของพระคริสต์ จงชื่น
ชมกับการแต่งงานในปัจจุบันและใช้ชีวิตการแต่งงานนั้นเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า โดยไม่ต้อง
พร่ำบ่นกล่าวโทษ อย่างไรก็ตาม สำหรับคริสเตียนที่หย่าร้าง (หลังจากบังเกิดใหม่แล้ว) โดย
เหตุผลอื่นนอกจากการล่วงประเวณีหรือการถูกทิ้งไป ควรกลับไปคืนดีกับคู่ของตนหรืออยู่ต่อไป
โดยไม่ต้องแต่งงานอีก
ประการสุดท้าย สำหรับปัญหาที่ซับซ้อนเช่นนี้ ขอแนะนำให้ท่านอธิษฐาน ศึกษาจากพระ
คัมภีร์และปรึกษากับศิษยาภิบาลที่มีความรอบรู้ที่อยู่ในชุมชนที่ท่านอยู่
4. คริสเตียนแต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อได้หรือไม่
ไม่ได้แน่นอน พระคัมภีร์กล่าวว่า “ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ…พระคริสต์กับเบ
ลีอัลจะลงรอยกันอย่างไรได้” (7)
บิลลี่ เกรแฮม พูดอย่างขวานผ่าซากไว้เมื่อหลายปีก่อนว่า ถ้าคุณแต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อ คุณก็
ให้มารมาเป็นพ่อตาของคุณ มีเรื่องปวดร้าวใจมากมายเกิดขึ้นอันเป็นผลจากการที่คริสเตียน
แต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อ
คริสเตียนบางคนแต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อโดยคิดว่าจะสามารถเปลี่ยนให้เขามาเชื่อได้ใน
ภายหลัง แต่จริงๆแล้ว ถ้าพระเจ้าทรงเลือกชายหรือหญิงคนนั้นให้เป็นคู่ของคุณจริงๆ พระองค์ก็
ทรงสามารถที่จะนำคนๆนั้นให้มาถึงพระองค์ได้ก่อนแตง่ งาน ถ้าพระองค์ไม่ทำเช่นนั้นก็เป็น
สัญญานที่ดีเพียงพอว่าไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้แต่งงาน คริสเตียนจำเป็นต้องเรียนรู้
ที่จะรอคอยพระเจ้า รอคอยคนที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นข้อผิดพลาดที่น่ากลัว
5. ถ้าฉันแต่งงานแล้วกับคนที่ไม่เชื่อ ฉันควรจะอยู่ต่อไปหรือควรจะทิ้งมาเสีย
ถ้าคุณแต่งงานแล้วกับคนที่ไม่เชื่อและเขาหรือเธอต้องการให้คุณอยู่ต่อไป คุณก็ควรจะอยู่
ต่อไป พยายามนำคนที่คุณรักนั้นมาหาพระเจ้าโดยความประพฤติของคุณ อย่างไรก็ตามถ้าคุณ
เพิ่งจะมาเป็นคริสเตียน การเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตของคุณอาจจะมีมาก จนคู่ที่ไม่เชื่อของ
คุณต้องการที่จะขอแยกทาง ถ้าความพยายามที่จริงใจของคุณที่จะรักษาชีวิตการแต่งงานไว้
ล้มเหลวและถ้าคู่ที่ไม่เชื่อของคุณปฏิเสธที่จะอยู่ด้วย คุณก็ไม่มีทางเลือกนอกจากปล่อยเขาหรือเธอ
ไป ในกรณีนี้คุณไม่ถูกผูกมัด คุณอาจแต่งงานใหม่ได้แต่ต้องแต่งกับคนที่เชื่อแล้วเท่านั้น
6. ความทารุณกรรมเป็นเหตุผลสำหรับการหย่าร้างได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับกรณี การทารุณด้านจิตใจไม่ใช่เหตุสำหรับการหย่าร้างถ้าสิ่งนั้นเกี่ยวกับการบีบยาสี
ฟันหรือแขวนถุงน่องไว้ในห้องน้ำ การทารุณแบบนี้ไม่ใช่การทารุณจริงๆ
อย่างไรก็ตาม การทารุณร่างกายและจิตใจอันก่อให้เกิดอันตรายเป็นเหตุสำหรับการหย่าร้างได้
อาจารย์เปาโล (8) อนุญาติให้หย่าได้เมื่อคู่สมรสที่ไม่เชื่อละทิ้งไป สำหรับการทารุณด้านจิตใจที่จะ
เป็นเหตุให้หย่าร้างได้ต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมที่จะเป็นเหตให้เกิดอันตรายได้
การทารุณแบบนี้ไม่ได้หมายถึงการตำหนิเรื่อง ซูฟเฟ (อาหารชนิดหนึ่ง)หรือเรื่องพี่เขย การ
ขุ่นเคืองใจกันเพียงเล็กน้อยต้องการความรักและการเอาใจใส่แต่ต้องไม่เป็นเหตุทำให้เกิดการ
แตกร้าวในความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์
เป็นที่ชัดเจนว่าครอบครัวที่ประกอบด้วยคริสเตียนที่บังเกิดใหม่สองคนไม่เข้าข่ายข้อยกเว้น
ของเปาโล การหย่าร้างและการแต่งงานใหม่ต้องเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในความคิดของบุคคล 2 คนที่
รักพระเจ้าอย่างจริงใจและปรารถนาที่จะรับใช้พระเจ้า
7. อะไรคือความแตกต่างระหว่างการผิดผัวผิดเมียกับการล่วงประเวณี
ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างคนที่แต่งงานแล้วกับคนที่ไม่ใชคู่ของเขาหรือเธอคือการผิดผัว
ผิดเมีย (Adultery)
พระบัญญัติสิบประการมีข้อห้ามเรื่องการผิดผัวผิดเมีย: “อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา” (9)
เหตุผลง่ายๆก็คือ ครอบครัวคือพื้นฐานของสังคมและครอบครัวมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตร
เพศสัมพันธ์เล่นๆนอกการสมรสไม่เพียงแต่เป็นภัยต่อชีวิตการแต่งงาน แต่ยังเป็นการทำลาย
ความรู้สึกแบบพ่อและแม่สำหรับลูกและทำให้เส้นแห่งความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ชัดเจน
การล่วงประเวณี (Fornication)คือเพศสัมพันธ์ระหว่างคนที่ยังไม่แต่งงาน 2 คน อัครทูตเปา
โลกล่าวว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการทำบาปต่อร่างกาย ท่านสั่งให้คริสเตียนหลีกหนีเสียจากการล่วง
ประเวณี ซึ่งเป็นการทำบาปต่อตนเองและต่อพระเจ้า เพราะร่างกายของผู้เชื่อคือพระวิหารของ
พระวิญญาณบริสุทธิ์ (10) เปาโลกล่าวว่าถ้าผู้เชื่อผูกพันร่างกายตนเองกับหญิงแพศยา (หรือคน
ที่ผิดศีลธรรม) เขาก็ผูกพันพระเยซูคริสต์เข้ากับคนนั้นๆ
เป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้าใจว่าทั้งคนล่วงประเวณีและคนผิดผัวผิดเมียจะไม่สามารถเข้าใน
แผ่นดินของพระเจ้าได้ (12) ในโลกปัจจุบันคำว่าล่วงประเวณีไม่ค่อยได้ใช้และการผิดศีลธรรม
ระหว่างคนที่ยังไม่ได้แต่งงานกลายเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่แม้จะเป็นเรื่องธรรมดา ความ
บาปเรื่องการผิดศีลธรรมเป็นเหตุทำให้คนนับล้านๆไม่ได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ ถ้าเขาไม่กลับใจ
เสียใหม่
8. พระคัมภีร์อนุญาตให้มีเพศสัมพันธ์เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือไม่
มีคนที่เคร่งครัดในศาสนาบางคนรู้สึกว่าเหตผลเดียวที่คนเราจะมีเพศสัมพันธ์ได้คือเพื่อการ
เกิดลูกหลาน แต่ก็มีคริสเตียนคนอื่นๆที่เชื่อว่ามีเหตุผลที่สูงกว่านั้น นั่นก็คือการผูกพันชายและ
หญิงเข้าด้วยกันในฝ่ายวิญญาณ ฝ่ายจิตใจและฝ่ายร่างกาย ในพระคัมภีร์เดิมคำว่าเพศสัมพันธ์
หมายถึง “การที่จะรู้จัก” (สามีหรือภรรยา) การรู้จักที่ลึกซึ้งที่สุดของคู่สมรสมาจากการผูกพันทั้ง
สามด้านเข้าด้วยกัน นี่คือเหตผลที่ว่าทำไมคริสเตียนจึงสามารถมีชีวิตทางเพศที่น่าเร้าใจมากกว่า
คนที่ไม่เป็นคริสเตียน คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าไม่สามารถผูกพันกันในฝ่ายวิญญาณได้ เขาขาดมิติที่
พิเศษนี้
พระคัมภีร์กล่าวว่าคู่แต่งงานควรมอบร่างกายให้แก่กันและกันและไม่ควรปฏิเสธที่จะอยู่
ร่วมกัน ยกเว้นเมื่ออุทิศตัวชั่วคราวเพื่อการอธิษฐานอดอาหาร (13) พระเจ้าทรงสร้างชายและ
หญิงให้มีเพศเป็นของตนเอง ทรงสร้างระบบประสาทเพื่อมนุษย์จะสามารถเพลิดเพลินจากการ
ปฏิบัติทางเพศได้ เรื่องเพศในการแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่ดีและได้รับการสถาปนาจากพระเจ้า
9. การคบหาและการแต่งงานระหว่างคนต่างสีผิวเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่
ในพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าไม่อนุญาติใหค้ นอิสราเอลแตง่ งานกับประชาชาติที่อยูโ่ ดยรอบเขา
เหตุผลของคำสั่งนี้ไม่ใช่เรื่องของสีผิว แต่เป็นเรื่องเงื่อนไขในจิตใจ ประชาชนที่อยู่โดยรอบเป็นคน
ที่นมัสการรูปเคารพและเกี่ยวข้องกับพิธีปฏิบัติทางเพศที่สกปรกลามก ซึ่งอาจทำให้ประชาชน
อิสราเอลเสื่อมทรามลงได้
ข้อห้ามที่ไม่ให้คนที่เชื่อในพระเจ้าแต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อยังคงปฏิบัติในทุกวันนี้ บุตรของพระ
เจ้าไม่ควรแต่งงานกับบุตรของมาร แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสีผิวหรือประเทศที่ถือกำเนิดมา
อย่างไรก็ตามคนหนุ่มสาวต้องรู้ความจริงที่น่าเศร้าว่า ยังมีอคติเกี่ยวกับเรื่องสีผิวอยู่ มีคนที่
รังเกียจคู่สมรสที่ต่างเชื้อชาติกัน เด็กที่เกิดมาในครอบครัวดังกล่าวมักถูกเยอะเย้ยจากกลุ่มชนทั้ง
สองเชื้อชาติ จากแง่คิดด้านสังคมวิทยา คู่สมรสต่างสีผิวจะเผชิญกับอคติและการถูกปฏิเสธ นี่
ไม่ใช่เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณแต่เป็นความจริงของชีวิต
เนื่องจากแรงกดดันที่มากเช่นนี้ ชายหญิงที่กำลังพิจารณาเรื่องการแต่งงานข้ามเชื้อชาติและสี
ผิวจึงต้องแน่ใจในกันและกันอย่างแท้จริง ต้องแน่ใจในแรงจูงใจของตนเอง และโดยเฉพาะต้อง
แน่ใจในน้ำพระทัยของพระเจ้า
10.พระคัมภีร์พูดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องรักร่วมเพศ
พระคัมภีร์กล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเกลียดที่ผู้ชายจะเข้านอนกลับผู้ชายกระทำอย่างกับผู้หญิง หรือ
ผู้หญิงเข้านอนกับผู้หญิงกระทำอย่างกับผู้ชาย(14) พระคัมภีร์กล่าววา่ เพราะการกระทำที่นา่
รังเกียจเรื่องรักร่วมเพศนี้ แผ่นดินจึงสำรอกเอาพลเมืองของตนออกเสีย(15) อัครทูตเปาโลพูด
ถึงการกระทำเช่นนี้ว่า “น่าละอาย” อันเป็นผลจากการที่พระเจ้าทรงปล่อยให้เขามีกิเลสตัณหาอัน
น่าอัปยศ (16)
ในพระคัมภีร์เดิมคนที่ปฏิบัติดังกล่าวจะถูกกำจัดออกไปจากชุมชนอิสราเอลโดยการประหาร
ชีวิต ในพระคัมภีร์ใหม่กล่าวว่าคนที่ดำเนินชีวิตแบบรักร่วมเพศจะไม่ได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า
(17) ในพระธรรมโรม อัครทูตเปาโลชี้ว่ารักร่วมเพศเป็นผลมาจากการดื้อดึงของมนุษย์ที่มีต่อ
พระเจ้า ท่านกล่าวว่าเมื่อมนุษย์นำความจริงของพระเจ้าไปแลกกับความเท็จ และเริ่มนมัสการสิ่งที่
ถูกสร้างขึ้นแทนนมัสการพระผู้สร้าง มนุษย์ก็ยอมตัวให้กับความชั่วร้าย เมื่อค่านิยมในสังคม
ปัจจุบันกลับหัวกลับหางและเกิดภาวะสับสนทางศีลธรรม ผู้ชายก็ร้อนรุ่มไปด้วยราคะตัณหาที่มีต่อ
ผู้ชายด้วยกัน และผู้หญิงก็รอ้ นรุ่มไปด้วยราคะตัณหาที่มีต่อผู้หญิงด้วยกัน เขาจึงได้รับผลกรรมอัน
สมควรแก่การกระทำของเขา (18)
11. ควรที่คริสเตียนจะหย่ากับคู่ครองที่เป็นคนรักร่วมเพศหรือไม่
การแพร่หลายของเรื่องรักร่วมเพศสร้างความปวดร้าวใจอย่างแสนสาหัสให้กับครอบครัว
จำนวนมาก ลองนึกภาพความรู้สึกของภรรยาที่รู้ว่าเธอกำลังแบ่งปันสามีให้กับคู่รักเพศชายของเขา
อาจจะหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น ลองวาดภาพความรู้สึกของสามีที่กำลังแย่งชิงความรักของภรรยา
กับคู่รักเพศหญิงของเธออีกหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น
สิ่งที่เพิ่มความปวดร้าวใจให้มากขึ้นอีกก็คือ มีโอกาสสูงมากที่จะติดเชื้อกามโรคจากคู่ครองที่
เป็นคนรักร่วมเพศที่มีคู่รักหลายๆคน
แต่พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่อภัยโทษบาปเสมอ ในสถานการณ์เช่นนี้คู่ครองที่ไม่ใช่รักร่วม
เพศควรใช้ทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อจะช่วยคู่ครองให้ได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการนี้ คนที่
เป็นรักร่วมเพศสามารถเป็นอิสระและพึงพอใจกับความสัมพันธ์กับเพศตรงกันข้ามได้ โดย
ปราศจากความรัก ความเข้าใจและการยกโทษพวกเขาจะไม่ได้รับการปลดปล่อยเลย ที่ปรึกษา
ฝ่ายวิญญาณที่มีความเข้าใจจึงมีความสำคัญมาก เพราะคนรักร่วมเพศจำนวนมากจะหลอกตนเอง
และหันไปเชื่อคำโกหกเพื่อปกปิดพฤติกรรมของตนเอง
แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อทุกสิ่งไม่ได้ผล การหย่าร้างจากคู่ครองที่เป็นคนรักร่วมเพศก็เป็นเรื่อง
ฉลาดและสมควร เด็กๆไม่ควรตกอยู่ภายใต้อิทธิพลเช่นนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสามีหรือภรรยาไม่
ควรรู้สึกผิดหรือมัวแต่งุนงงว่า “ฉันล้มเหลวได้อย่างไร” พระเยซูคริสต์จะช่วยให้ท่านได้เริ่มต้น
ใหม่อีกครั้ง
12. การทำแท้งเป็นสิ่งผิดหรือไม่
การทำแท้งเป็นสิ่งผิดแน่นอน เป็นการฆ่าชีวิต แท้จริงการทำแท้งมีค่าเท่ากับการฆาตกรรม เรา
อ่านในสดุดีพบว่าพระเจ้าทรงปั้นเราตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา(19) เรายังอ่านพบอีกว่าผู้เผย
พระวจนะเยเรมีย์ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าตั้งแต่ก่อนที่จะเกิด(20) อัครทูตเปาโลเชื่อว่า
ท่านได้รับการทรงเรียกให้รับใช้พระเจ้าตั้งแต่เมื่อท่านยังอยู่ในครรภ์ของมารดา(21) เราได้รับ
การบอกเล่าว่ายอห์นผู้ให้บัพติศมาดิ้นขณะอยู่ในครรภ์ของมารดาเมื่อได้ยินเสียงของมารีย์พระ
มารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า(22) เห็นได้ชัดว่าเด็กในครรภ์ก็มีชีวิตฝ่ายวิญญาณ
จากหลักการทางด้านชีววิทยา แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ที่จะเชื่อว่าชีวิตมนุษย์เริ่มที่เวลาอื่น
นอกจากเมื่อตั้งครรภ์ พัฒนาการของชีวิตจะดำเนินไปเรื่อยๆตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งเติบโต
เป็นผู้ใหญ่ การดำเนินไปของชีวิตไม่เคยหยุดยั้ง เป็นขบวนการที่ดำเนินไปเรื่อยๆ คนที่ทำแท้ง
อ้างว่าบุคคลจะเป็นคนเต็มตัวนับตั้งแต่เวลาที่เขาเกิดมาเท่านั้น แต่ทารกในครรภ์อายุห้าหรือหก
เดือนที่ถูกผ่าออกมาจากท้องแม่ก็จะมีชีวิตต่อไปได้ภายนอกท้องของแม่
การทำแท้งเป็นเรื่องผิดอย่างมหันต์ พระเจ้าประนามอิสราเอลที่ถวายบุตรของตนเป็นเครื่อง
บูชาต่อพระโมเลคซึ่งเป็นพระของชนต่างชาติ เด็กเหล่านั้นถูกเผาด้วยไฟเป็นเครื่องถวายบูชา
(23) พวกเราก็กำลังถวายบุตรให้กับพระแห่งความสนุกสนาน ราคะตัณหาและความ
สะดวกสบาย โดยการกระทำเช่นนั้นก็เท่ากับเรากำลังกล่าวว่า ชีวิตมนุษย์ไม่มีค่าอะไรเลย สิ่งนี้เป็น
ความบาปและเป็นรอยด่างในสังคมเรา
พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวอย่างเจาะจงในเรื่องการทำแท้งเพราะการปฏิบัติดังกล่าวเป็นเรื่องที่คน
ของพระเจ้าไม่คิดจะทำอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเมื่อชนอิสราเอลอยู่ในอียิปต์ ฟาโรห์ที่โหดร้ายบังคับ
ชาวอิสราเอลให้ฆ่าทารกที่เกิดใหม่ ในพระคัมภีร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นการกดขี่บังคับที่โหดร้ายมาก
ความคิดที่ว่าชาวฮีบรูจะฆ่าลูกของตนเองเป็นความคิดที่พึงถูกประนาม ตลอดทั้งพระคัมภีร์
ภาคพันธสัญญาเดิมผู้หญิงมีความปรารถนาเป็นอย่างมากที่จะมีบุตร บุตรถือเป็นของประทานจาก
พระเจ้า ผู้หญิงอิสราเอลจึงอธิษฐานที่จะไม่เป็นหมัน เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้หญิงที่ดีงามคนหนึ่ง
เช่นนี้จะหันมาทำลายบุตรของเธอเอง
แม่ชีเทเรซาแห่งกัลกัตตากล่าวว่าเธอกลัวประเทศอเมริกา เพราะผู้หญิงอเมริกันกำลังฆ่าลูก
ของตนเอง ท่านเชื่อว่าสังคมจะถูกพิพากษาเมือผู้หญิงไร้จิตใจจนถึงกับฆ่าบุตรของเธอเองได้
การทำแท้งจึงไม่เพียงเป็นเรื่องที่เกินความคิดความเข้าใจเท่านั้นแต่ยังเป็นจุดสุดยอดแห่งความป่า
เถื่อนอีกด้วย
13. พระเจ้ามีคู่ครองที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนหรือไม่
การแต่งงานไม่ใช่สำหรับทุกคนแต่สำหรับคนที่ควรจะแต่งงาน พระเจ้าจะนำท่านไปยังคู่ครอง
ที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด แม้อาจจะไม่ใช่คนที่เพียบพร้อมทุกอย่างก็ตาม เหตผลก็คือแต่ละคน
มีบุคลิกลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอันประกอบไปด้วยคุณลักษณะเฉพาะที่จับต้องไม่ได้
นับพันๆประการในด้านจิตวิญญาน ด้านจิตใจและด้านสิ่งแวดล้อม แต่ละบุคคลมีรหัสทาง
พันธุกรรมอันประกอบขึ้นจากคุณลักษณะทางกายภาพนับล้านๆ การจะพบคู่ที่สมบูรณ์แบบ
เช่นนั้นพระเจ้าจะต้องสร้างคุณลักษณะนับล้านๆส่วนของบุคคลนั้นให้ลงตัวพอดีกับของท่าน แต่
พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์แต่ละคนด้วยวิธีการที่พิเศษอย่างนั้นแต่ให้เป็นไปตามขบวนการทาง
ธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม พระเจ้าจะทำอย่างไรถ้าท่านขอให้พระองค์นำท่านไปยังคนที่จะส่งเสริม
บุคลิกภาพ ภูมิหลังและความปรารถนาของท่านได้ดีที่สุด คนที่โดยทางพันธุกรรมเมื่อรวมกับท่าน
แล้วจะให้กำเนิดลูกหลานที่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า เป็นที่พอใจของท่านและของคู่ครองท่าน
และเป็นที่พอใจแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทั้งนี้เนื่องจากตัวแปรที่เกี่ยวข้องเป็นปัญหาที่ใหญ่มากทาง
คณิตศาสตร์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาพระสติปัญญาที่ไม่มีที่สิ้นสุดของพระเจ้าในการ
เลือกคู่ครอง เคล็ดลับการเรียนรู้การทรงนำของพระเจ้าปรากฏอยู่ในสุภาษิต 3:4-5
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าให้คนที่กำลังหาสามีหรือภรรยานั่งเฉยๆอยู่ที่บ้าน รอคอยพระเจ้า
ที่จะส่งคนมาเคาะที่ประตู เป็นเรื่องเหมาะสมมากที่จะขอพระเจ้าให้นำท่านไปยังที่ต่างๆที่จะมี
โอกาสได้พบคนโสด ไม่ว่าจะเป็นงานประชุมที่คริสตจักร ที่สถานศึกษาหรือที่อื่นๆที่มีคนที่มีความ
สนใจและความเชื่อที่เหมือนกัน มีหลายที่ที่เปิดโอกาสให้ท่านได้พบกับคนที่คาดหวังว่าจะได้เป็น
คู่ครอง พระเจ้าจะนำเราไปยังคนที่ถูกต้องถ้าเราจะให้พระองค์นำ
จำไว้ว่า เฉพาะคู่ครองที่มีพระเยซูคริสต์ในชีวิตเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและ
เหมาะสมสำหรับท่าน
14. ลูกที่โตแล้วควรให้เกียรติแก่พ่อแม่ต่อไปตามบทบัญญัติในพระคัมภีร์หรือไม่
พระคัมภีร์สอนว่า “ จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนนานบน
แผ่นดินซึ่งพระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า” (24) เนื่องจากความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกเป็น
ความสัมพันธท์ ี่คงอยู่จนวันตาย ดังนั้นการให้เกียรติพ่อแม่จึงต้องมีตลอดไป
พระเยซูประนามฟาริสีที่ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้า เขาทำเช่นนั้นโดยกล่าวกับพ่อแม่ว่า
“สิ่งใดของข้าพเจ้าซึ่งอาจเป็นประโยชน์แก่ท่าน สิ่งนั้นเป็นโกระบาน” หมายความว่ามอบถวายแด่
พระเจ้า(25) พวกเขาไม่ได้ถวายเงินให้พระเจ้าจริงๆ เพียงแค่อุทิศให้สำหรับการใช้งานในพระ
วิหารในอนาคต และโดยการกระทำเช่นนี้เป็นการหลีกเลี่ยงข้อผูกมัดที่มีกับพ่อแม่ คนในปัจจุบัน
ต้องเข้าใจว่าลูกที่โตแล้วมีหน้าที่สนับสนุนพ่อแม่ในด้านการเงินและสิ่งของอันเป็นส่วนหนึ่งของ
การให้เกียรติและการแสดงความเคารพ อัครทูตเปาโลกล่าวว่าถ้าผู้เชื่อไม่ดูแลครอบครัวของตน
“ผู้นั้นก็ได้ปฏิเสธความเชื่อและชั่วยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้เชื่อเสียอีก” (26)
พระคัมภีร์ยังสอนด้วยว่าในการแต่งงานนั้น “บุรุษจึงต้องละบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่
กับภรรยาและเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน” (27) ที่จุดนั้นเองสามีและภรรยามีความ
รับผิดชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าสำหรับชีวิตการแต่งงานของตน แต่ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหรือ
ความรับผิดชอบอย่างไร พวกเขาต้องให้เกียรติและเคารพนับถือพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย
ชนเผ่าเบดูอินในประเทศซาอุดิอาระเบีย ในปี 1925ปฏิบัติบางอย่างที่คล้ายคลึงกับชาว
อิสราเอลผู้เร่ร่อนในสมัยพระคัมภีร์ ตัวอย่างการให้เกียรติบิดามารดาของชนเผ่านี้เห็นได้จาก
กษัตรย์อับดุล อัลอาซิซ อิบน์ ซอด ผู้ล่วงลับไปแล้ว พระองค์ทรงให้เกียรติแก่พระราชบิดามาก
แม้ว่าจะทรงมีชัยชนะเหนือดินแดนเกือบทั้งหมดที่เป็นประเทศซาอุดิอาระเบียในปัจจุบัน พระองค์
จะทรงคุกเข่าลงที่พื้นเพื่อให้พระราชบิดาได้ก้าวลงจากหลังม้าหรืออูฐ โดยเหยียบลงบนหลัง
พระองค์เอง อย่างไรก็ตามพ่อแม่ที่ฉลาดจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกที่โตแล้วต้องเกิดความขัดแย้งใน
เรื่องความรับผิดชอบในการแต่งงานและการให้เกียรติกับพ่อแม่ ปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นถ้า
ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกเป็นไปอย่างถูกต้อง
ข้อพระคัมภีร์อ้างอิง
1. เอเฟซัส 5:25 15. เลวีนิติ 18:25
2. เอเฟซัส 5:22 16. โรม 1: 24-27
3. เฉลยธรรมบัญญัติ 24:1-4 17. 1โครินทร์ 6:9-10
4. มัทธิว 19:4-6 18. โรม 1:22-27
5. 1 โครินทร์ 7:15 19. สดุดี 139:13
6. มัทธิว 16:19 20. เยเรมีห์ 1:5
7. 2 โครินทร์ 6:14-15 21. กาลาเทีย 1:15
8. 1 โครินทร์ 7:15 22. ลูกา 1:44
9. อพยพ 20:14 23. เลวีนิติ 20:2
10. 1 โครินทร์ 6:18-19 24. อพยพ 20:12
11. 1 โครินทร์ 6:15-16 25. มาระโก 7:11
12. 1 โครินทร์ 6:9-10 26. 1 ทิโมธี 5:8
13. 1 โครินทร์ 7:5 27. มัทธิว 19:5
14. เลวีนิติ 18:22 ;20:13
พระเยซูคริสต์คือคำตอบสูงสุด
เราหวังใจว่าท่านจะได้รับคำตอบจากหนังสือเล่มนี้ แท้จริงมีคำตอบสูงสุดสำหรับทุก
ปัญหาและทุกคำถาม คำตอบนั้นคือพระเยซูคริสต์ พระเยซูเองได้ตรัสไว้ว่า “ เราเป็นทางนั้น เป็น
ความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดไปถึงพระบิดาได้ยกเว้นมาทางเรา “ (ยอห์น 14:6)
พระเยซูได้เตรียมทางเพื่อท่านจะเข้ามาหาพระเจ้าและเริ่มต้นชีวิตใหม่ พระองค์ทรง
สิ้นพระชนม์เพื่อรับความบาปของท่านไปและนำให้ท่านได้มีความสัมพันธ์เป็นส่วนตัวกับพระเจ้า
ท่านสามารถมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยมอบถวายชีวิตให้กับพระเยซูคริสต์และ
รับการอภัยบาปจากพระองค์ ถ้าท่านไม่รู้ว่าจะอธิษฐานอย่างไร ขอให้อธิษฐานตามอย่างนี้ จากใจ
ของท่าน “ข้าแต่พระเยซูเจ้า ข้าพระองค์รู้ว่าเป็นคนบาป ได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องมากมาย (ให้ระบุ
ถ้าต้องการ) ขอทรงโปรดยกโทษบาปของข้าพระองค์ ขอเชิญพระองค์เข้ามาเป็นพระเจ้าในชีวิต
โปรดช่วยให้ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ ขอบคุณสำหรับความรักของพระองค์ อาเมน“
ขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าท่านได้อธิษฐานตามนี้ ท่านควรจะบอกใครบางคนสำหรับการ
ตัดสินใจอันวิเศษยอดเยี่ยมนี้ โทรมาหาเราที่———————————–
—————————————————————-
มีใครบางคนที่ห่วงใยท่าน ปรารถนาจะแสดงความยินดี และอธิษฐานกับท่านและปรารถนาจะ
จัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในฐานะคริสเตียนใหม่มาให้ และเราสามารถช่วยหา
คริสตจักรที่อยู่ใกล้บ้านท่านที่ท่านจะสามารถไปร่วมประชุมได้
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของท่าน ขอพระเจ้าทรงโปรด
อวยพรให้ท่านเติบโตขึ้นในความรักของพระองค์

Trackback from your site.

Leave a comment

Current month ye@r day *

CBNSIAM
© 2012 Christian Broadcasting Network SIAM All Rights Reserved.